เกือบ 4 เดือนกับการเริ่มเรียนภาษาจีนด้วยตนเอง และหนังสือเพียง 500 กว่าบาท ...อายุ 46 ปีแล้วค่ะ ไม่ได้เป็นครูสอนภาษาจีน แต่เป็นนักเรียนที่เริ่มเรียนภาษาจีนด้วยตนเอง สร้าง Page นี้ขึ้นมาเพื่อเก็บแหล่งเรียนรู้ที่น่าสนใจจากครูจีนหลายๆท่านทั้งในและต่างประเทศ สะดวกต่อการมาอ่านและทบทวนซึ่งเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง และแบ่งปันให้ทุกๆคนค่ะ ***ที่มาของการเริ่มเรียนภาษาจีนด้วยตัวเอง*** ผ่านมาเกือบ 4 เดือนแล้วสำหรับการเรียนภาษาจีนด้วยตนเอง ขอลงผลการเรียนของตัวเองนิ๊ดนึงนะค่ะ ที่ลง Post เรื่องนี้ ก็เพราะว่าอยากจะแบ่งปันเผื่อว่าใครสนใจอยากเรียนภาษาจีนด้วยตัวเอง ยินดีแนะนำ Website, youtube และหนังสือที่ใช้เรียนค่ะ ใครที่บอกว่าภาษาจีนยาก ขอบอกว่าอย่าเพิ่งไปเชื่อจนกว่าจะได้มาเรียนด้วยตัวเอง เพราะภาษาจีนมันยากจริงๆค่ะ....(5555 อย่าเพิ่งงง อ่านต่อๆ)...แต่ก็ไม่ยากเกินความตั้งใจของคนเราหรอกค่ะ เริ่มเรียนภาษาจีนมาตั้งแต่ 20 เม.ย.นี้ ซึ่งเป็นช่วงว่างของแม่ เพราะลูกสาววัย 13 ปีไม่อยู่ ก็เลยเริ่มมาคิดเรื่องของตัวเองบ้างว่าจะทำอะไร แล้วก็พบว่าภาษาจีนน่าสนใจนะ จะเรียนดีไหม ขอบอกก่อนว่าพื้นฐานภาษาจีนเท่ากับศูนย์เลยค่ะ คิดอยู่ประมาณสัปดาห์นึง คิดจริงจังค่ะ คือ ถ้าจะเรียนต้องเรียนให้ได้แบบใช้งานได้ ไม่งั้นก็จะไม่เรียนเลย เพราะไม่ค่อยมีเวลา เหตุผล ทำไมถึงเรียนภาษาจีนด้วยตนเอง 3 เหตุผลหลักๆ เลยค่ะ 1. เริ่มคิดอย่างจริงจังแล้วว่า ภาษาจีนจะมีอิทธิพลในอนาคตมากแน่ๆ ต้องเตรียมความพร้อม และถ้าจะสอนลูกหลานให้เห็นถึงความสำคัญก็คงต้องเริ่มที่ตัวเองก่อน 2. อยากเรียน ...แค่เหตุผลข้อ 1 ไม่พอค่ะ เพราะไม่มีปัจจัยภายนอกเป็นตัวผลักดันให้ต้องเรียน ถามว่าจำเป็นต้องใช้ในงานไหม ต้องติดต่อคนจีนไหม คำตอบคือไม่ ถามว่าเรียนแล้วตอนนี้จะเอาไปใช้ทำอะไร คำถามคือก็ไม่ได้ใช้อะไร ดังนั้น ถ้าไม่มีข้อนี้ ก็คงไม่เริ่มเรียนภาษาจีนแน่ๆ เพราะต้องเริ่มจากศูนย์เลยทีเดียว 3. เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมจะเรียนด้วยตัวเองทั้งที่รู้ว่าภาษาจีนยาก ทำไมไม่หาครูสอน ก็เพราะไม่มีเวลาลงเรียนตามคอร์ส เวลาปัจจุบันก็แทบจะหาให้ตัวเองไม่ค่อยได้อยู่แล้ว เพราะทั้งทำงาน เป็นแม่บ้าน รวมทั้งเป็นคนสอนการเรียนให้ลูกเองด้วย ดังนั้นทางเลือกที่มีทางเดียว คือ เรียนด้วยตัวเอง ซึ่งมีอุปสรรคสำคัญที่เป็นกำแพงใหญ่มากคือ เรื่องเวลาและความยากของภาษาจีน ซึ่งต้องหาวิธีการจัดการต่อไป จากเหตุลหลักๆ 3 ข้อ ก็เลยตัดสินใจเรียนภาษาจีนด้วยตัวเอง โดยเริ่มแรกก็ต้องหาแหล่งที่จะเรียนรู้ก่อน โดยหาข้อมูล Website, facebook, Youtube ต่างๆ ที่มีข้อมูลล้นเหลือ จนกระทั่งพบกับ Website และ Youtube ที่คิดว่าเหมาะสมกับตัวเองและที่สำคัญคือชอบสไตล์ครูที่สอน เป็นอันลงตัวเรื่องที่ว่าจะเรียนจากสื่อไหนดี (*** อยาก บอกว่า Internet, social media ต่างๆ มันมีประโยชน์มากมายเหลือเกิน ถ้าเราเลือกที่จะเอามาใช้ ***) เรื่องต่อไปที่ต้องจัดการคือกำแพงใหญ่ 2 เรื่อง (1) ......“เวลา"..... อันนี้ Big Issue เอาเวลาที่ไหนไปเรียน??? ช่วงที่คิดเรียนภาษจีนเป็นช่วงปิดเทอมที่ลูกสาวไม่อยู่ เวลาที่ใช้กับกิจกรรมของลูกคนนี้ก็กลายเป็นเวลาส่วนตัวของแม่ ก็จะพอมีเวลาในการเรียนบ้าง แต่ถ้าเปิดเทอม เวลาเหล่านั้นจะหายยยยยยยไป แล้วจะเอาเวลาที่ไหนมาเรียน นี่คือ คำตอบที่ต้องค้นหา เลยเป็นที่มาของการค้นหา "เวลา" แล้วก็พบว่ามันยังมีเวลาอยู่ในชีวิตประจำวันของเราอีกที่สามารถใช้ในการเรียนรู้ภาษาจีนได้ ก็คือ ในช่วงเวลาตื่นนอนตอนเช้าปกติตื่นมาจัดการลูกๆก็จะแอบงีบต่อครึ่งชั่วโมงซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ฟินมาก (ขอให้คำศัพท์วัยรุ่นนิดนึงค่ะ) ต้องเอาชนะตัวเองมากๆเลยเรื่องนี้ ยังมีช่วงวลาที่เราต้องตามค้นหาอีก แล้วก็เจอว่ายังมีช่วงเวลาก่อนนอนซัก 15 - 20 นาที หรือช่วงเวลาระหว่างรอลูกๆเรียนดนตรี รอคิวธนาคาร รอคิวจ่ายค่าโน้นค่านี้ค่านั่น และอื่นๆอีกจิปาถะ หรือช่วงเวลาขับรถ ช่วงเวลาเหล่านั้นที่ว่างปกติจะต้องหยิบมือถือขึ้นมาทุกครั้งเพื่อเข้า facebook ดู youtube หรือเล่นเกมส์บ้าง ถ้าใช้เวลาเหล่านั้น รวมๆแล้ว วันนึงก็จะได้ซัก ชั่วโมงครึ่ง-2 ชั่วโมง ดังนั้น ถึงเวลาที่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองเพื่อให้มีเวลาในการเรียนรู้ภาษาจีนแทนแล้ว T T (2) ความยากของภาษาจีน เริ่มแรกของการเรียนคือดูจาก Youtube อย่างเดียวจากครูคนเดียวดูทีละบท เริ่มจากภาษาจีนพื้นฐาน 1 มี 15 บท บทละประมาณ 1 ชั่วโมง เราก็ทำตามแผนที่ตั้งไว้เลยค่ะ ดู Youtube ทุกช่วงเวลาที่ว่าง ว่างน้อยดูน้อย ว่างนานดูนาน ขับรถก็ฟัง youtube แทน ถามว่าฟังไปขับรถไปจะเข้าใจไหม ขนาดนั่งตั้งใจดูยังจำยากเลยค่ะ ตอบเลยว่าจำไม่ได้เลยค่ะ 1-2 สัปดาห์แรก คือ แทบไม่เข้าหัวเลยค่ะ ใช้เวลาวันละประมาณชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมงต่อวัน ไม่กระดิกเข้าหัวเลยค่ะ T T。。。。。 แต่ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ฟังรอบเดียว...2 รอบ ....3 รอบ ก็ยังแค่คุ้นๆค่ะ จำไม่ได้ว่าแต่ละบทดูวนไปกี่รอบ แต่บทแรกๆไม่ต่ำกว่า 5 รอบแน่นอน หลังจากนั้นประมาณสัปดาห์ที่ 3 เริ่มคุ้นค่ะ กับตัวอักษรจีน สำเนียง พินอิน คำศัพท์ เริ่มเรียนรู้ไวขึ้นค่ะ ที่สำคัญรู้สึกหลงรักการเขียนพู่กันจีน คิดว่าซักวันจะเขียนให้ได้ค่ะ สัปดาห์ที่ 3 เริ่มสั่งหนังสือมาเรียนควบคู่กับ Youtube เริ่มเข้าใจว่าการเรียนภาษาจีนว่าควรเรียนแบบแยกแยะกันระหว่างตัวอักษรจีน, พินอิน, การฟังและการพูด และรู้ว่าการเรียนภาษจีนควรเริ่มจากการเรียนพินอินก่อนการเรียนตัวอักษรจีน เริ่มศึกษาพื้นฐานของอักษรจีนว่ามีที่มาอย่างไร เพื่อจะได้จดจำตัวอักษรได้ง่ายขึ้น แต่ระหว่างทางของการเรียนรู้ย่อมมีเหนื่อย มีเบื่อบ้าง เป็นเรื่องปกติค่ะ แค่ยังคงยึดเป้ามายที่ตั้งไว้ ก็จะทำให้เราพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้เรียนถึงภาษาจีนพื้นฐาน 2 บทที่ 25 สามารถติวภาษาจีน ม.2 ของลูกสาวได้แล้วค่ะ ใครสนใจอยากศีกษาภาษาจีน ขอแนะนำ Website และ Youtue ”Jiewfudao“ เป็นของครูคนไทยค่ะ ฟรี สามารถสั่งหนังสือมาเรียนควบคู่ได้ค่ะ ส่วนใครที่สามารถฟังภาษาอังกฤษได้ ขอแนะนำ "Yoyo Chinese" ช่องนี้เพิ่งมาดูคลิปตอนหลังค่ะ ทำให้ได้มุมมองการเรียนที่หลากหลายขึ้นและทำให้ไม่เบื่อค่ะ และยังมี Web อื่นๆอีกมากมายค่ะ ซึ่งจะ share ให้ page นี้เพื่อแบ่งปันให้ทุกๆคนค่ะ 没有什么不可能。 Nothing is impossible. ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ ขอบคุณที่อ่านจนจบนะค่ะ Cr. #jiewfudao ,#YoyoChinese, #เรียนภาษาจีนด้วยตัวเอง
ผู้รับทำบัญชี
ศูนย์รวมแนะแนวศึกษาต่อจีน แนะแนวการเรียนต่อประเทศจีน เรียนที่ประเทศจีน เรียนภาษาจีน ทุนเรียนต่อจีน เรียนจีนติดต่อไหนดี เรียนต่อจีนบริษัทไหนดี เอเย่นเรียนต่อจีน อยากเรียนต่อจีน ไปเรียนภาษาที่จีนเมืองไหนดี เรียนภาษาที่จีน เรียนต่อจีน สนใจโฆษณาเว็บไซต์ www.เรียนต่อจีน.net ติดต่อ Line: @guruonlineclub